วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลย่อๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเรียนรู้ความสำคัญของธาตุอาหารต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาของพืช และเพื่อใช้วิเคราะห์อาการขาดและความผิดปกติต่างๆ ของพืช

ไนโตรเจน เป็นส่วนประกอบหลักของโปรตีน ฮอร์โมน คลอโรฟิลล์ ไวตามินและเอนไซม์ ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพืช กระบวนการ metabolize ของไนโตรเจนทำให้เกิดการพัฒนาในส่วนของต้นและใบ และการมีปริมาณไนโตรเจนที่มากเกินไปสามารถยืดระยะการออกดอกและการสุกแก่ของผลออกไป หากพืชขาดไนโตรเจนผลผลิตจะลดลง ใบเหลือง การเจริญเติบโตหยุดชะงัก

ฟอสฟอรัส มีความสำคัญอย่างมากต่อการงอกของเมล็ด กระบวนการสังเคราะห์แสง การสร้างโปรตีน และยังควบคุมภาพโดยรวมของการพัฒนาการเจริญเติบโตและกระบวนการ metabolism หน้าที่สำคัญคือการพัฒนาการฟอร์มดอกและผล อาการขาดสังเกตจากลำต้นและใบเปลี่ยนเป็นสีม่วง ความสุกแก่ช้าออกไป คุณภาพดอกและผลไม่ดี ผลและดอกอาจร่วงหรือไม่พัฒนา การให้ฟอสฟอรัสควรใส่ตรงไปที่บริเวณใกล้รากพืช ระวังการให้ฟอสฟอรัสมากเกินไป เพราะอาจกดให้พืชแสดงอาการขาดสังกะสี

โปแทสเซียม จำเป็นต่อการสร้างน้ำตาล แป้ง การสังเคราะห์โปรตีน และการแบ่งเซลรากและส่วนอื่นๆ โปแทสเซียมเป็นตัวช่วยรักษาสมดุลของน้ำ ความแข็งแรงของพืช และมีผลต่อสีและรสชาติของผักผลไม้ เพิ่มปริมาณน้ำมันในผลไม้ หากขาดโปแทสเซียม พืชจะให้ผลผลิตต่ำ ใบมีจุด ม้วนงอหรือมีรอยไหม้

ซัลเฟอร์ เป็นโครงสร้างสำคัญต่อกรดอมิโน โปรตีน ไวตามิน และเอนไซม์ และยังมีความจำเป็นต่อกระบวนการสร้างคลอโรฟิลล์ นอกจากนี้ยังมีผลต่อรสชาติของผักหลายชนิด อาการขาดจะแสดงที่ใบโดยมีสีเขียวอ่อน ซัลเฟอร์ในดินสามารถถูกชะล้างโดยง่าย น้ำบางแหล่งมีปริมาณซัลเฟอร์ที่พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้อยู่ด้วย

แมกเนเซียม เป็นโครงสร้างหลักที่สำคัญของคลอโรฟิลล์ และจำเป็นในส่วนประกอบของเอนไซม์พืชที่ใช้ในการสร้างคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และไขมัน แมกเนเซียมจะถูกใช้ในกระบวนการสร้างผล ฝัก และเกี่ยวข้องกับการงอกของเมล็ด อาการขาดจะมีอาการซีด ปรากฏสีเหลืองบริเวณเส้นใบแก่ ใบอาจร่วง แมกเนเซียมถูกชะล้างได้โดยน้ำที่รดให้ต้นพืช การให้แมกเนเซียมสามารถทำโดยการพ่นฝอยทางใบพืชได้โดยตรง

แคลเซียม เป็นตัวกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ เป็นส่วนประกอบการสร้างผนังเซล มีอิทธิพลต่อการลำเลียงน้ำในเซลและจำเป็นต่อการแบ่งเซล พืชบางชนิดต้องได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอจึงสามารถใช้ประโยชน์จากไนโตรเจนและธาตุอื่นได้ แคลเซียมถูกชะล้างง่าย สะสมในเซลพืชและเป็นธาตุที่ไม่เคลื่อนย้าย อาการขาดมักแสดงให้เห็นจากยอดใหม่ รากใหม่ ดอกใหม่ จะชะงักการเติบโต เซลเกิดใหม่จะบิดเบี้ยวไม่ได้รูป มีจุดดำที่ใบและผล ขอบใบอาจมีสีเหลือง

เหล็ก เป็นธาตุอาหารที่มีความจำเป็นต่อโครงสร้างเอนไซม์หลายชนิด และยังเป็นตัวเร่งการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ จึงมีความจำเป็นกับการเจริญเติบโตของพืชในช่วงแรกๆ เมื่อขาดธาตุเหล็กพืชจะแสดงอาการซีดที่ใบอ่อน สีใบเหลือง เส้นใบนูนขึ้น เหล็กสามารถถูกชะล้างได้และมักอยู่ในดินชั้นล่าง หากดินมีภาวะเป็นด่างสูง เหล็กจะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างมากโดยที่พืชนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ การให้ธาตุเหล็กกับพืชจึงควรให้ในรูปคีเลตซึ่งเป็นกรดในรูปน้ำก็จะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

แมงกานีส มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของเอนไซม์ในกระบวนการสังเคราะห์แสง การหายใจ และ metabolism อาการขาดธาตุแมงกานีสจะคล้ายกับการขาดเหล็กคือมีแสดงที่ใบอ่อนมีสีซีดลง หลังจากนั้นจากเปลี่ยนเป็นสีขาว อาจมีจุดสีน้ำตาล ดำ หรือเทาใกล้เส้นใบ เรามักพบอาการนี้ได้บ่อยกว่ากับดินที่มีสภาพเป็นกลางหรือด่าง ในดินกรดจัดพืชนำแมงกานีสไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า แต่หากปริมาณมากเกินไปก็อาจเกิดภาวะพิษต่อพืชได้เช่นกัน

โบรอน จำเป็นต่อการสร้างผนังเซล ความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ และช่วยในการลำเลียงน้ำตาล โบรอนเป็นธาตุที่มีความสำคัญต่อ 16 กระบวนการในพืชซึ่งประกอบด้วยการออกดอก การผสมเกสร การติดผล การแบ่งเซล การลำเลียงน้ำ และการเคลื่อนย้ายฮอร์โมน ปกติแล้วพืชต้องการโบรอนตลอดช่วงชีวิต มันเป็นธาตุที่ไม่เคลื่อนย้ายและถูกชะล้างไปจากดินได้ง่าย หากขาดโบรอน เซลปลายยอดที่ตาพืชจะตาย ใบหนาแข็งม้วนแต่เปราะกรอบฉีกง่าย ในไม้ผลและพืชที่สะสมอาหารที่รากและหัวสีจะซีด แตกหรือด่างเป็นจ้ำสีน้ำตาล

สังกะสี เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์หรือเป็นส่วนประกอบร่วมของเอนไซม์ฮอร์โมนหลายชนิดเช่น auxin สังกะสีมีความจำเป็นในกระบวนการ metabolic แป้งและน้ำตาล การสังเคราะห์โปรตีน การยืดตัวของเซลเนื้อเยื่อ เมื่อขาดสังกะสีใบจะเป็นจุดซีดๆ การขาดสังกะสีในเบื้องต้นจะส่งผลกระทบให้พืชแสดงอาการขาดเหล็กด้วย ช่วง pH ที่พืชสามารถใช้ประโยชน์จากสังกะสีได้ดีคือ 5.5-7.0 หากเป็นกรดกว่านี้สังกะสีอาจเป็นพิษต่อพืชได้

ทองแดง มีสำคัญต่อระบบรากพืชและมีส่วนช่วยในกระบวนการ metabolism ไนโตรเจน ทองแดงเป็นส่วนประกอบในเอนไซม์หลายชนิด หากขาดทองแดงพืชจะมีอาการยืนต้นตายจากปลายยอด ที่ปลายใบมีจุดสีน้ำตาล ทองแดงจะถูกจับอยู่ในดินกับส่วนอินทรียวัตถุและอาจพบว่าพืชแสดงอาการขาดอย่างรุนแรงในภาวะดินเป็นกรดจัด แม้มันจะถูกจับยึดติดอยู่กับดินแต่อาจจะอยู่ในภาวะที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับพืช ปริมาณทองแดงที่มากเกินไปก่อให้เกิดอาการพิษกับพืชได้เช่นกัน

โมลิบดินัม เป็นส่วนประกอบโครงสร้างของเอนไซม์ ในการ reduction ไนเตรทให้เป็นอัมโมเนีย หากขาด กระบวนการสังเคราะห์โปรตีนจะหยุดชะงัก การเจริญเติบโตของพืชจะหยุดเช่นกัน ในพืชตระกูลถั่วที่สามารถตรึงไนโตรเจนได้ต้องการโมลิบดินัมมาก อาการขาดจะแสดงที่ใบโดยจะมีสีซีดลง ม้วนงอ

คลอรีน เกี่ยวข้องกับระบบการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ (เป็นสารละลายน้ำในเซล) และจะเป็นตัวรักษาสมดุลของการนำไฟฟ้าซึ่งมีผลทางตรงต่อการดูดแร่ธาตุและการสังเคราะห์แสง เมื่อพืชขาดคลอรีนจะแสดงอาการเหี่ยว รากกุดอ้วน ใบซีด พืชจะเสียคุณภาพด้านกลิ่น คลอรีนมักถูกใช้กับพืชในรูปของสารละลาย สามารถถูกชะล้างได้ง่าย ในบางพืชจะแสดงอาการพิษเมื่อได้รับคลอรีนในปริมาณสูง

นิเกิ้ล เป็นธาตุใหม่ที่เพิ่งได้รับการรับรองว่าเป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการ จากผลการศึกษาของสถาบัน Agricultural Research Service Plant, Soil and Nutrition Laboratory in Ithaca ในนิวยอร์ค นิเกิ้ลเป็นธาตุที่สำคัญต่อเอนไซม์ Urease ที่จะช่วยปลดปล่อยไนโตรเจนให้อยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ นิเกิ้ลยังจำเป็นต่อกระบวนการดูดซับธาตุเหล็ก กระบวนการงอกของเมล็ดพืช พืชจะใช้นิเกิ้ลที่สะสมในเมล็ดจนระดับลดลงเรื่อยๆ กระทั่งโตเต็มที่เมื่อถึงระดับนั้นพืชอาจไม่ให้ผลผลิตเลยหากว่าปริมาณนิเกิ้ลมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ

โซเดียม เกี่ยวข้องกับกระบวนการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ และความสมดุลประจุไฟฟ้าในต้นพืช

โคบอล์ท มีความจำเป็นในกระบวนการตรึงไนโตรเจนของพืชตระกูลถั่วและปมรากพืชของพืชที่ไม่ใช่ตระกูลถั่ว ปริมาณโคบอล์ทที่พืชต้องการในกระบวนการตรึงไนโตรเจนนั้นมากกว่าปริมาณอลูมิเนียมเสียอีก การขาดโคบอล์ทจะทำให้เกิดการขาดไนโตรเจนเป็นผลสืบมา

ซิลิคอน เป็นส่วนประกอบในผนังเซล ซิลิคอนทำให้ผนังเซลแข็งแรงขึ้น เหนียวขึ้น ซึ่งสามารถเป็นเกราะป้องกันแมลงศัตรูประเภทปากดูด มีผลการศึกษาระบุว่าการพ่นละอองซิลิคอนในกับพืชไร่บางชนิดสามารถลดปริมาณเพลี้ยที่ทำลายพืชลงได้มาก นอกจากนี้นิเกิ้ลยังช่วยให้พืชแข็งแรงและต้านทานการทำลายจากเชื้อราบางชนิดได้ด้วยเครดิต เว็บเพื่อนบ้าน